การอบรมที่สูงกับมาตรฐานใหม่ตาม พรบ. ความปลอดภัยในการทำงาน

65 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การอบรมที่สูงกับมาตรฐานใหม่ตาม พรบ. ความปลอดภัยในการทำงาน

อัพเดตมาตรฐานใหม่ตาม พรบ. ความปลอดภัยของการอบรมที่สูง

การทำงานบนที่สูงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงชีวิต ดังนั้น การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและเข้ารับการอบรมที่สูงอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยในปัจจุบันมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูงเอง ก็ได้ถูกยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน (รวมถึงกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง) พ.ศ. 2564 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ที่

การอบรมที่สูง : กฎหมายและมาตรฐานที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ทำงานในที่สูง

  1. กฎกระทรวงอันตรายจากการตกจากที่สูง พ.ศ. 2564 : กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยสำหรับสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงหรือที่ลาดชัน รวมถึงการตกหล่นของวัสดุและกรณีตกลงไปในภาชนะเก็บ วัตถุประสงค์คือการบังคับใช้มาตรการป้องกันให้เหมาะสมกับสภาพงานจริง โดยมีบางข้อที่สำคัญ เช่น
    • หากให้ลูกจ้างทำงานในที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องติดตั้งราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่ายนิรภัยหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ที่เหมาะสม พร้อมจัดให้มีการใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตตลอดเวลาการทำงาน
    • กรณีช่องเปิดหรือปล่องใดๆ ที่อาจเกิดการตก ต้องติดฝาปิดหรือราวกั้นที่มั่นคงแข็งแรง
    • ราวกั้นหรือตัวกั้นความสูง ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 90 ซม. และห้ามมีความสูงเกิน 110 ซม. และต้องมั่นคงแข็งแรง
  2. มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง (มปอ.101 : 2561) : สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ (TOSH) ได้จัดทำ มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง (มปอ.101 : 2561) เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้สถานประกอบกิจการปรับใช้ในการวางระบบความปลอดภัย ทำให้สามารถจัดการความปลอดภัยได้อย่างสอดคล้องกับลักษณะงานและความเสี่ยง เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย คู่มือการดำเนินงานตามข้อกำหนดการจัดการความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง ในการประเมินความเสี่ยง การเลือกใช้อุปกรณ์ การตรวจสอบอุปกรณ์ การฝึกอบรมและการตรวจติดตาม ฯลฯ
  3. มาตรฐานสากล / มาตรฐานอุปกรณ์ : แม้กฎหมายไทยจะเป็นตัวบังคับใช้ภายในประเทศ แต่เพื่อความปลอดภัยที่ดีขึ้น ผู้ฝึกอบรมมักยึดอ้างมาตรฐานสากล เช่น ISO, EN, ANSI, AS/NZS เป็นต้น นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมต้นน้ำหรืองานที่เกี่ยวกับการขึ้นสูงแบบใช้เชือก (rope access) มาตรฐาน IRATA มักถูกนำมาใช้อ้างอิงด้วย

เนื้อหาและโครงสร้างที่ควรมีในการอบรมที่สูง

หัวข้อเนื้อหาหลักที่ควรรวมเหตุผล / ความสำคัญ
ความรู้พื้นฐาน & กฎหมายทำความเข้าใจกฎหมาย กฎกระทรวง มาตรฐาน มาตรฐานอุปกรณ์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทราบสิทธิ-หน้าที่ ความรับผิดชอบ
การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment / JSA)การวิเคราะห์อันตรายที่อาจเกิดขึ้น ขั้นตอนการควบคุมลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันเข็มขัดนิรภัยเต็มตัว (Full-body harness), สายเชือกนิรภัย, ตะขอ, จุดยึด (anchor), ราวกันตก, ตาข่ายนิรภัย ฯลฯหากใช้อุปกรณ์ผิดประเภทหรือคุณภาพต่ำ อาจล้มเหลวเมื่อเกิดเหตุ
วิธีใช้งานอุปกรณ์ / เทคนิคการเคลื่อนที่วิธียึด จุดยึดที่ปลอดภัย วิธีเดินในโครงสร้าง จุดยืนปลอดภัยผู้ปฏิบัติงานต้องเคลื่อนที่อย่างมั่นคง
การตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง ต้องตรวจสภาพ การบำรุงรักษาเพื่อตรวจจับความเสียหายก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ
การฝึกปฏิบัติงานจริงจำลองสถานการณ์ ทำงานบนพื้นต่างระดับ ใช้อุปกรณ์จริงสร้างความคุ้นเคยกับอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมจริง
การช่วยเหลือ / กู้ภัย (Rescue)วิธีช่วยเพื่อนเมื่อเกิดเหตุพลัดตก เช่น การช่วยเหลือจากจุดสูงหากไม่มีกระบวนการช่วยเหลืออาจเสี่ยงมากขึ้น
การประเมินหลังการอบรม / ทดสอบทดสอบความเข้าใจทางทฤษฎี – ปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าอบรมมีความพร้อม


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในมาตรฐานใหม่ที่ผู้อบรมที่สูงควรทราบ!

  • กฎหมายปี 2564 เน้นการบังคับใช้มาตรการป้องกันให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น ข้อ 9 เกี่ยวกับติดตั้งราวกั้น ตาข่ายนิรภัย ฯลฯ
  • มีการเน้นให้ผู้ประกอบกิจการจัดระบบการจัดการความปลอดภัย ที่เป็นระบบมากขึ้น (ไม่ใช่แค่จัดให้มีอุปกรณ์)
  • แนวทางการอบรมควรรวมถึง rescue / การช่วยเหลือ เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน
  • มาตรฐานอุปกรณ์ ต้องได้มาตรฐานที่เชื่อถือได้ เช่น มาตรฐานอุปกรณ์เฉพาะทาง การตรวจสอบสภาพ
  • การบำรุงรักษาและตรวจสอบเป็นประจำต้องเข้มงวดมากขึ้น

การอบรมที่สูงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกองค์กร ที่มีการปฏิบัติงานเสี่ยงอันตรายบนโครงสร้างสูง เนื่องจากกฎหมายและมาตรฐานใหม่ตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย ได้กำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งราวกั้นนิรภัย การใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก การตรวจสอบอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการจัดระบบการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การอบรมจึงช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจความเสี่ยง รู้วิธีใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง และสามารถลดอุบัติเหตุจากการพลัดตกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาหลักสูตรอบรมที่ได้มาตรฐานและมีผู้เชี่ยวชาญดูแล บริษัท บี เซฟ เทรนนิ่ง จำกัด เป็นผู้ให้บริการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานที่มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับ โดยมีหลักสูตรอบรมการทำงานบนที่สูงที่ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมอุปกรณ์ฝึกที่ทันสมัย เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในองค์กรของคุณให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและสร้างความมั่นใจให้แก่พนักงานทุกคน

 

หากคุณกำลังมองหาหลักสูตร อบรมความปลอดภัย ครบ จบ ในที่เดียว
ติดต่อทีมงานมืออาชีพ อบรมที่สูง
เพื่อรับคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการของคุณวันนี้

   

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้